บทที่ 10 ห่างกันขึ้นทุกวัน
ปาริฉัตรยกเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจากตู้ ก่อนนำมาทาบกับกระโปรงสองตัวที่วางอยู่บนเตียง เธอลองเปลี่ยนอยู่สองครั้ง สุดท้ายจึงกลับมาเลือกกระโปรงสีกรมตัวแรก
เสื้อผ้าชุดนี้ถูกเก็บอยู่ด้านในตู้มาตลอดสามปี สีของมันยังเหมือนเดิม เพียงแต่ความมั่นใจของคนสวมไม่เหลือเท่าเมื่อก่อน
วันนี้เป็นวันประเมินรอบสุดท้าย หลังจากส่งโจทย์ไปเมื่อสองวันก่อน ทีมออกแบบแจ้งให้เธอเข้าไปนำเสนอผลงานและทำแบบทดสอบเพิ่มเติมที่บริษัท
เสียงเลื่อนประตูตู้ทำให้พร้อมพัฒน์ขยับตัว เขาลืมตาขึ้นมองนาฬิกาข้างเตียง ก่อนหันมาหาภรรยาที่ยืนรวบผมอยู่หน้ากระจก
“กี่โมงแล้ว”
“หกโมงครึ่งค่ะ”
“ทำไมตื่นเช้าขนาดนี้”
“วันนี้ต้องเข้าไปประเมินรอบสุดท้ายค่ะ ลูกปลาอยากเผื่อเวลาเดินทาง” พร้อมพัฒน์ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สายตาของเขาเลื่อนจากแฟ้มบนโต๊ะไปยังเสื้อผ้าที่เธอสวม
“ต้องแต่งเป็นทางการขนาดนี้เลยเหรอ”
“มีนำเสนองานด้วยค่ะ”
“ธันวาเป็นคนประเมินหรือเปล่า”
“ทีมออกแบบเป็นคนประเมินค่ะ พี่ธันอาจอยู่ด้วย แต่ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจคนเดียว” ปาริฉัตรหยิบต่างหูคู่เล็กขึ้นมาสวม พร้อมพัฒน์มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามขึ้น
“คู่นี้พี่เคยเลือกให้ใช่ไหม” มือของเธอหยุดอยู่ตรงติ่งหู
“ค่ะ ตอนปีแรกที่แต่งงานกัน”
“ยังเก็บไว้อีกเหรอ”
“ทำไมต้องไม่เก็บด้วยคะ” พร้อมพัฒน์เหมือนกำลังจะพูดต่อ แต่สุดท้ายกลับเปลี่ยนเรื่อง
“วันนี้ธันวาจะมารับหรือเปล่า”
“ลูกปลาไปเองค่ะ”
“ให้คนขับรถไปส่งนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“วันนี้ต้องถือทั้งแฟ้มทั้งโน้ตบุ๊ก จะนั่งรถไฟฟ้าทำไม”
“ลูกปลาเอาไปเองได้ค่ะ อีกอย่างถ้าผ่านการประเมินแล้วต้องไปทำงานจริง ลูกปลาคงให้คนขับรถไปรับส่งทุกวันไม่ได้”
“ทำไมจะไม่ได้ รถเป็นของบ้าน ไม่ใช่รถบริษัท”
“แต่คนอื่นไม่รู้จักรถเรานี่คะ วันประเมินลูกปลาไม่อยากให้รถส่วนตัวไปจอดส่งหน้าบริษัท”
“ไม่มีใครสนใจขนาดนั้นหรอก”
“ลูกปลาสนใจค่ะ” คำตอบของเธอทำให้พร้อมพัฒน์ไม่ได้พูดเรื่องรถต่อ ปาริฉัตรหันกลับไปตรวจแฟ้มในกระเป๋าอีกครั้ง ก่อนเดินไปยังตู้เสื้อผ้าฝั่งของเขา
เสื้อสูทสีเข้มแขวนอยู่ด้านใน เธอยกมือขึ้นตามความเคยชิน ตั้งใจจะนำออกมาแขวนไว้ให้ แต่หยุดก่อนแตะไม้แขวน
“วันนี้พี่พร้อมมีประชุมกับผู้ถือหุ้นตอนสิบโมงนะคะ เสื้อสูทสีเข้มอยู่ด้านซ้ายของตู้”
“ลูกปลายังจำตารางพี่ได้ด้วยเหรอ”
“ลูกปลาเป็นคนบันทึกไว้เองค่ะ”
“พี่นึกว่าช่วงนี้สนใจแต่งานของตัวเอง” ปาริฉัตรหันกลับมามองเขา
“จำได้ ไม่ได้แปลว่าจะมีเวลาเตือนทุกครั้งนะคะ ต่อไปพี่พร้อมให้เลขาช่วยดูตารางส่วนนี้ดีกว่า ถ้าลูกปลาได้งาน อาจไม่ได้อยู่บ้านตอนเช้าทุกวัน”
“ยังไม่รู้ผลเลย คิดไปถึงตอนทำงานแล้วเหรอ”
“ถ้าลูกปลาไม่คิดว่าจะผ่าน คงไม่ไปประเมินหรอกค่ะ”
“พี่ไม่ได้บอกว่าลูกปลาจะไม่ผ่าน”
“แต่พี่พร้อมก็ไม่ได้คิดว่าจะผ่านเหมือนกัน” พร้อมพัฒน์นิ่งไป เขาไม่ได้สงสัยความสามารถของเธอทั้งหมด เพียงรู้ว่าคนที่หยุดงานไปสามปีคงต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น แต่ทุกครั้งที่พูดออกไป ปาริฉัตรกลับได้ยินเหมือนเขากำลังดูถูกเธอ
“พี่แค่ไม่อยากให้คาดหวังมากเกินไป”
“ลูกปลาเข้าใจค่ะ” เธอปิดกระเป๋าแล้วตรวจดูนาฬิกา พร้อมพัฒน์ลุกจากเตียง เดินมาหยุดข้างโต๊ะ ก่อนมองแฟ้มในมือเธออีกครั้ง
“ประเมินถึงกี่โมง”
“ตามกำหนดน่าจะเสร็จช่วงบ่ายค่ะ แต่อาจต้องคุยกับทีมต่อ ลูกปลายังไม่แน่ใจว่าจะกลับกี่โมง”
“เสร็จแล้วโทรมา”
“ค่ะ”
“ถ้าธันวาให้ไปไหนต่อก็บอกพี่ก่อน”
“ถ้าเป็นเรื่องงาน ลูกปลาจัดการเองได้ค่ะ”
“พี่ไม่ได้บอกว่าจัดการไม่ได้”
“แต่พี่พร้อมถามเหมือนลูกปลาต้องรายงานทุกอย่าง”
“พี่เป็นสามี ถามว่าไปไหนกับใครมันผิดตรงไหน”
“ก็ไม่ได้บอกว่าผิดนะคะ” พร้อมพัฒน์ขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันพูดต่อ ปาริฉัตรบอกลาเขาตามความเคยชิน
“ลูกปลาไปก่อนนะคะ”
“ไม่กินอะไรก่อนไปเหรอ”
“ไม่หิวค่ะ แล้วก็ไม่อยากไปสาย”
“เมื่อคืนก็นอนดึก”
“ลูกปลาแวะซื้อระหว่างทางได้ค่ะ” เธอหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้อง พร้อมพัฒน์มองประตูที่ปิดลง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เขาคิดว่าเธอคงลงไปเตรียมกาแฟหรือจัดอาหารเช้าไว้ตามปกติ จึงยังไม่รีบตามลงไป
ปาริฉัตรลงมาถึงชั้นล่าง แม่บ้านเดินเข้ามาจะช่วยถือกระเป๋า แต่เธอส่ายหน้า
“วันนี้ไม่ต้องเตรียมอาหารเช้าให้ปลานะคะ ปลารีบไป”
“แล้วของคุณพร้อมล่ะคะ” ปาริฉัตรชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อก่อนเธอคงเดินเข้าครัว เตรียมกาแฟกับอาหารให้เรียบร้อยแล้วค่อยออกจากบ้าน ต่อให้ต้องรีบแค่ไหน ตารางของพร้อมพัฒน์ก็มักมาก่อนของตัวเองเสมอ
“เดี๋ยวคุณพร้อมลงมาแล้วค่อยถามนะคะ ว่าอยากรับอะไร” แม่บ้านพยักหน้า ปาริฉัตรจึงเดินออกจากบ้านไปทันที ระหว่างนั่งรถไฟฟ้า เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความจากธันวา
“ไม่ต้องกังวลนะ พี่เชื่อว่าปลาทำได้” ปาริฉัตรอ่านข้อความจบ ก่อนพิมพ์ตอบเพียงว่ากำลังเดินทาง จากนั้นจึงส่งข้อความหาพร้อมพัฒน์อีกหนึ่งฉบับแล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
เกือบครึ่งชั่วโมงต่อมา พร้อมพัฒน์แต่งตัวเสร็จและเดินลงมาด้านล่าง โต๊ะอาหารไม่มีจานขนมปัง ไข่ดาว หรือแก้วกาแฟวางอยู่ มีเพียงแจกันดอกไม้ตรงกลางโต๊ะกับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ถูกเก็บชิดไว้ตามเดิม
“อาหารเช้ายังไม่เสร็จเหรอ”
“คุณปลาไม่ได้เตรียมไว้ค่ะ ก่อนออกไปบอกให้ถามคุณพร้อมว่าอยากรับอะไร”
“ออกไปแล้ว?”
“ค่ะ ออกไปได้สักพักแล้ว” พร้อมพัฒน์มองนาฬิกา เขามีเวลาเหลือไม่มาก
“เอาแค่กาแฟก็พอ” แม่บ้านรับคำแล้วกลับเข้าไปในครัว ไม่นานกาแฟดำก็ถูกนำมาวางตรงหน้า พร้อมพัฒน์ยกขึ้นดื่มเพียงครั้งเดียวก่อนวางลง รสชาติจางกว่าที่ปาริฉัตรชงให้ และยังมีน้ำตาลอยู่ก้นถ้วย
“คราวหน้ากาแฟผมไม่ใส่น้ำตาลนะครับ”
“ขอโทษค่ะ ปกติคุณปลาเป็นคนเตรียม ดิฉันเลยไม่ทราบ” พร้อมพัฒน์ไม่ได้ตำหนิ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตั้งใจจะถามว่าปาริฉัตรถึงบริษัทหรือยัง แต่เห็นข้อความที่ส่งไว้ก่อนหน้านั้น
“ลูกปลาไปประเมินงานแล้วนะคะ วันนี้พี่พร้อมอย่าลืมประชุมสิบโมงค่ะ” เธอยังจำตารางของเขาได้ ยังเตือนเรื่องประชุมเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ได้อยู่จัดเตรียมทุกอย่างให้แล้ว
พร้อมพัฒน์อ่านข้อความจบ ก่อนวางโทรศัพท์ลงข้างถ้วยกาแฟ เขาไม่ได้โทรหาเธอ และไม่ได้ยกกาแฟถ้วยนั้นขึ้นดื่มอีก
